กาแฟไทยพร้อมก้าวสู่ตลาดโลก กรมวิชาการเกษตร ประกาศผล “การประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2569” ชูนวัตกรรมยั่งยืน “Green Coffee & Gold Quality” เพิ่มมูลค่า พร้อมยกระดับกาแฟไทยสู่มาตรฐานสากล
กรมวิชาการเกษตร โดยสถาบันวิจัยพืชสวน ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สมาคม และภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจกาแฟ ประกาศผลรางวัล “การประกวดสุดยอดกาแฟไทย ประจำปี 2569 (Thai Coffee Excellence 2026)” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมวิชาการเกษตร เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรผู้ผลิตกาแฟคุณภาพพรีเมียมจากทั่วประเทศ ตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมกาแฟไทยทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้มีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีระดับโลก
ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงภาพรวมความสำเร็จของการจัดงาน “การประกวดสุดยอดกาแฟไทย ประจำปี 2569 (Thai Coffee Excellence 2026)” ว่าเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์กาแฟแห่งชาติ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกพืชเดิมที่มีผลตอบแทนต่ำ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาเป็นการปลูกกาแฟคุณภาพสูง โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “การปลูกกาแฟไทยเพื่อความยั่งยืนสู่มาตรฐานสากล (Green Coffee & Gold Quality)” เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการปลูกกาแฟร่วมกับพื้นที่ป่า (Agroforestry) เพิ่มพื้นที่สีเขียว และผลักดันมาตรการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn / GAP & Regenerative) เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและ PM2.5
“การประกวดในปีนี้มีเกษตรกรส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดรวม 237 ตัวอย่าง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 21 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างอัตลักษณ์กาแฟไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตกับโรงคั่ว ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคโดยตรง กาแฟไทยไม่ได้มีดีแค่เรื่องรสชาติระดับพรีเมียม (Gold Quality) เท่านั้น แต่ยังเป็นกาแฟรักษ์โลก (Green Coffee) ที่ตอบโจทย์เทรนด์การบริโภคยุคใหม่ ซึ่งช่วยเปิดประตูความสำเร็จและสร้างโอกาสการแข่งขันให้แก่กาแฟไทยในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม“ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน) กล่าว
ด้าน นางสาวกาญจนา ทองนะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงผลการประกวดและมาตรฐานการตัดสินว่า กระบวนการประเมินคุณภาพเมล็ดกาแฟสารทุกขั้นตอน อ้างอิงเกณฑ์มาตรฐานสากลของสมาคมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee Association: SCA) โดยคณะกรรมการและ Head Judge ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ครอบคลุมทั้ง การประกวดแปลงที่ปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับสวนกาแฟเพื่อความยั่งยืนตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู (GAP & Regenerative) รวมถึงการประเมินกายภาพเมล็ดกาแฟสาร (Green Grading) การคั่ว และการทดสอบทางประสาทสัมผัส (Cupping Test) ซึ่งผลการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ประจำปี 2569 มีเกษตรกรได้รับรางวัลชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ ได้แก่
-
การประกวดแปลงกาแฟเพื่อความยั่งยืนตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู (GAP & Regenerative):
-
รางวัลชนะเลิศ แปลงกาแฟอะราบิกา: นายอานนท์ พวงเสน หมู่บ้านปางบง ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่
-
รางวัลชนะเลิศ แปลงกาแฟโรบัสตา: นายเฉลิม ยืนยง หมู่บ้านวังเพนียด ต.เกตรี อ.เมืองสตูล จ.สตูล
-
-
การประกวดเมล็ดกาแฟ (Thailand Best Coffee Beans 2026) โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1) ประเภทกาแฟอะราบิกา:
-
-
รางวัลชนะเลิศ กระบวนการแปรรูปโดยวิธีแห้ง (Dry / Natural Process): นายอภิสนันท์ โชติอัครวงศ์ หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน – 89.03 คะแนน
-
รางวัลชนะเลิศ กระบวนการแปรรูปแบบเปียก (Wet Process / Washed Process): นางสาวปรมาภรณ์ วงค์กองแก้ว หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน – 90.60 คะแนน
-
รางวัลชนะเลิศ กระบวนการแปรรูปแบบกึ่งเปียก (Semi-Washed / Honey Process): นายสรพงษ์ จิรนันทนุกุล หมู่บ้านมณีพฤกษ์ ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน – 90.30 คะแนน
-
2) ประเภทกาแฟโรบัสตา (ไม่แยกกระบวนการแปรรูป):
-
-
รางวัลชนะเลิศ: วิสาหกิจชุมชนภูตะวันโรบัสตา โดย นายฤทธิชัย อ้นชู หมู่บ้านถ้ำรอบ ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ – 87.88 คะแนน
-
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า กรมวิชาการเกษตรมุ่งหวังให้เวทีการประกวดนี้ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาทักษะองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตกาแฟผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ และการจัดทำ E-Book เผยแพร่ประวัติและผลงานของผู้ได้รับรางวัล เพื่อต่อยอดความสำเร็จของกาแฟไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป








More Stories
ญี่ปุ่นมอบรถกู้ภัยฉุกเฉินแก่สมาคมกู้ภัยสิงห์หนึ่งรวมใจ ผ่านโครงการคุซะโนะเนะ เพิ่มศักยภาพช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอแม่จันและพื้นที่ใกล้เคียง
GULF เดินหน้ามอบถุงยังชีพ 2,600 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน จ.อยุธยา สานต่อภารกิจ ‘GULF Care’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จากกรุงเทพฯ สู่ 16 จังหวัด 4 ภูมิภาค
กัลฟ์ เอ็มทีพี ฯ ผนึกกำลังประมงชายฝั่ง “วางซั้งกอ-ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ” ฟื้นฟูทรัพยากรทะเลระยอง