กันยายน 7, 2026

มองโลก มองเรา สื่อสร้างสรรเพื่อชีวิต

บูรพาพาวเวอร์-พลังงาน-นักวิชาการ เดินหน้ายกระดับเกษตรกรพนมสารคาม-สนามชัยเขต ด้วยวิถีชีวภาพ”จัดตั้งธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน” 

บูรพาพาวเวอร์-พลังงาน-นักวิชาการ เดินหน้ายกระดับเกษตรกรพนมสารคาม-สนามชัยเขต ด้วยวิถีชีวภาพ”จัดตั้งธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน”

 

ฉะเชิงเทรา : วันที่ 4-6 กันยายน 2569 มีการจัด”โครงการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน” ในพื้นที่ อำเภอพนมสารคามและสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา (ต่อเนื่อง) โดย “บูรพาพาวเวอร์” หรือ BPP (บริษัทบูรพา พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น จำกัด) นำโดย ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ และ ผนึกกำลัง พลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดย นางสาวพรรณทิพา แอดำ พลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา นายพัฒน์พงศ์ บุญเลิศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ มูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนางพิมพ์พลอยทิพโอสถ ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรม”เมืองจุลินทรีย์”เพื่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน ร่วมกับผู้นำชุมชนได้แก่ นายปวรศักดิ์ ทรัพย์คงชัย ผู้ใหญ่บ้านเตาลวดโยง หมู่ 1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และ นายอาทิตย์ กุลสารี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา และคณะกรรมการชุมชน เป็นต้น โครงการส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน จำนวน 2 แห่งได้แก่ บ้านเตาลวดโยง หมู่ 1 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม และ บ้านยางแดง หมู่ 6 ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ด้านจุลินทรีย์ชีวภาพ (Bio based) ให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ชุมชนและเชื้อจุลินทรีย์คุณภาพสูง พร้อมทั้งยกระดับชุมชนด้วยองค์ความรู้ด้านวิชาการและเทคโนโลยีชีวภาพ จากเครือข่ายนักวิชาการจากสถาบันต่างๆ และสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG) ทั้งนี้เพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อมชุมชน ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน

ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน (BPP) วิทยากรส่งเสริมโครงการฯ กล่าวว่า เราได้นำโดยเน้นสาระสำคัญในการขับเคลื่อน ดังนี้ การบริหารจัดการธนาคารจุลินทรีย์ชุมชน ประการแรก มุ่งสร้างกลไกการพึ่งพาตนเองให้แก่เกษตรกร ผ่านระบบการเรียนรู้องค์ความรู้จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ สร้างอค์ความรู้ชุมชนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตรชุมชน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมชุมชน ละการแจกจ่ายแบ่งปันหัวเชื้อจุลินทรีย์ภายในชุมชน ประการที่สอง ถ่ายทอดและส่งต่อเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารอินทรีย์จากหัวเชื้อจุลินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในแปลงเกษตรของตนเอง ประการที่สาม ส่งเสริมการลดต้นทุนและการฟื้นฟูดิน มุ่งเน้นกระบวนการทางวิชาการในการช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตจากการลดการใช้สารเคมีและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พร้อมทั้งฟื้นฟูสภาพดินเสื่อมโทรม ควบคู่กับการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้สมดุลอุดมสมบูรณ์และยั่งยืน

ประการที่สี่ การขับเคลื่อนตามหลักการ BCG Model : บูรณาการเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เข้าสู่การปฏิบัติจริงในระดับชุมชน

นางสาวพรรณทิพา แอดำ พลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การประสานความร่วมมือของ “บูรพาพาวเวอร์” ร่วมกับพลังงานจังหวัด มูลนิธิเกษตรธรรมชาติ เมืองจุลินทรีย์ และวิชาการผู้เชี่ยวชาญในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพชุมชนและเกษตรกร จะเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และนำพาชุมชนไปสู่การพัฒนาอาชีพและสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งในระยะต่อไป สำนักงานพลังงานจังหวัดฯ จะได้นำองค์ความรู้ด้าน”พลังงานทดแทนและระบบโซล่าเซลล์ “ มาจัดการเรียนรู้และส่งเสริมชุมชนให้สามารถเกิดประโยชน์ต่อชุมชนต่อไปด้วย

นายพัฒน์พงศ์ บุญเลิศ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านจุลินทรีย์ชีวภาพ มูลนิธิเกษตรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า องค์กรของเราได้ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนด้วยวิถีชีวภาพและจุลินทรีย์ ฯลฯ มาเป็นระยะเวลา กว่า 40 ปี ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทั้งด้านการเกษตรและการบำบัดน้ำเสีย รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ เห็นว่าเป็นมิติที่ดีมากที่ภาคเอกชนเช่น BPP ที่มีกิจกรรม CSR ความรับผิดชอบต่อสังคมและธรรมาภิบาลขององค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ที่ให้ความสำคัญต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และมีการลงพื้นที่ส่งเสริมถึงชุมชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง และการ ผนึกกำลังกับ ภาคส่วนราชการ เช่น พลังงานจังหวัดและอื่นๆประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมกันสร้างการรวมกลุ่มหรือองค์กรชุมชนอบ่าง”ธนาคารจุลินทรีย์ฯ” จะเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการที่ทรงพลังงานขยายผลสู่ประชาชนและเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ซึ่งที่เราไปส่งเสริมมีชุมชนจำนวนมากที่ประสบผลสำเร็จและมีรายได้เพิ่มพีงพาตนเองได้และที่สำคัญยังสามารถลดการใช้สารเคมีซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อมชุมชน ลดภาวะโลกร้อนด้วยครับ

You may have missed