กรกฎาคม 15, 2026

มองโลก มองเรา สื่อสร้างสรรเพื่อชีวิต

เครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ แถลงจวก ตร.-คนปล่อยข่าว ก่อความรุนแรงวันยื่นหนังสือสถานกงสุลใหญ่จีนที่เชียงใหม่ วอนรัฐบาล-ผบ.ตร.ปรับวิธีคิด-ฝึกอบรมผู้ปฏิบัติใหม่

เครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ แถลงจวก ตร.-คนปล่อยข่าว ก่อความรุนแรงวันยื่นหนังสือสถานกงสุลใหญ่จีนที่เชียงใหม่ วอนรัฐบาล-ผบ.ตร.ปรับวิธีคิด-ฝึกอบรมผู้ปฏิบัติใหม่

วันนี้ (8 ก.ค.) ที่หอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย จ.เชียงราย เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ กก สาย รวก โขง โดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ นายประนอม เชิมชัยภูมิ ประธานขบวนสภาองค์กรชุมชน จ.เชียงราย นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ดร.เกียรติคุณ จันแก่น ประธานสมัชชาเชียงรายล้านนาแห่งความสุข และ ดร.เนรมิตร จิตรรักษา นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย แถลงข่าวกรณีเกิดความรุนแรงกับผู้ที่ไปยื่นหนังสือให้แก้ไขปัญหาเหมืองแร่จีนปล่อยสารพิษในประเทศเมียนมา ณ สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 2 คนหนึ่งในนั้นถืงขั้นแขนหัก

อาจารย์สืบสกุล กล่าวก่อนไปยื่นหนังสือเครือข่ายจาก จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยนำน้ำจากแม่น้ำและลาบปลาไปให้เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ทั้งหมดจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงก็แล้วเสร็จแต่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำสั่งจึงเกรงจะกระทบกระเทือนกับสถานกงสุลใหญ่ฯ จึงเกิดการเยื้อยุดและบาดเจ็บ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีควบคุมฝูงชน เช่น เจรจา มีแผงกั้น ฯลฯ คาดว่าไม่มีปัญหาแต่ครั้งนี้กลับไมมีเลยจึงเสนอให้ไปฝึกอบรมกันมาใหม่

 

อาจารย์นิวัฒน์ กล่าวว่าการไปยื่่นหนังสือเรียกร้องถือเป็นสิทธิโดยชอบธรรมและประชาชนไมได้ไปแบบจู่โจมหรือนินจาแต่ไปแบบเปิดเผยโดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้ารวมทั้งไม่ได้ไปประท้วงด้วยคนเป็นหมื่นเป็นแสน แต่เป็นตัวแทนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ตนทำงานเรื่องผลกระทบในแม่น้ำโขงจากเขื่อนจีน การระเบิดเกาะแก่ การเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่มานานถึง 20 ปีจีนถึงยอมหยุดเรื่องนี้ ที่ผ่านมาเคยยกขบวนจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย ไปหน้าสถานเอกอัคราชฑูตจีนทางเจ้าหน้าที่จีนยังออกมาต้อนรับ มีการจัดปราศรัยหน้าสถานเอกอัคราชฑูตด้วยแต่ก็ไม่มีความรุนแรงใดๆ จึงคิดว่าครั้งนี้เกิดจากวิธีคิดของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปเปลี่ยนทัศนะและมองว่าผู้เรียกร้องไม่ใช่โจร ไม่ใช่ผู้ร้าย แต่เป็นคนที่ท่านต้องดูแลและส่งเรื่องราวความเดือดร้อนไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง การมองว่าเป็นม็อบอย่างเดียวถือว่าตกยุคไปแล้ว

 

อาจารย์นิวัฒน์ กล่าวอีกว่าปัจจุบันมีกลุ่มโปรประเทศจีนซึ่งเป็นคนกลุ่มเดิมและออกมาพูดโยงไปเรื่อยหาว่าพวกตนเป็นกลุ่มอินโด-แปซิฟิก ทั้งๆ ที่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความตายของลูกหลานของเรา ตนสู้มา 20 ปีคือกลุ่มของพี่น้องประชาชน และในโลกนี้ไม่มีประเทศไหนดีที่สุด มีทั้งข้อดีข้อเสีย จีนก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย อเมริกาก็มีทั้งดีและเสีย แต่กลุ่มโปรจีนไม่เคยบอกว่าจีนไม่ดีเลย แสดงว่าเป็นเครือญาติหรือมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากประเทศที่มีความสัมพันธ์ด้วย

 

นายประนอม กล่าวว่าเหตุการณ์ในวันที่ 6 ก.ค.ย้ำให้เห็นจุดยืน วิธีคิดและวิธีการของรัฐไทยที่คิดแบบรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง ละเลยการมีส่วนร่วมขอประชาชน การยื่นหนังสือจนมีผู้บาดเจ็บถือว่าเกินกว่าเหตุ เพราะเพียงแค่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าขั้นตอนการยื่นหนังสือต่อสถานกงสุลใหญ่ฯ เป็นอย่างไรก็เพียงพอ แต่นี่กลับไม่ทำแต่กลับใช้กำลังและอาวุธประจำกาย ตนจึงเห็นว่าควรให้การศึกษาและเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ให้มากกว่านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะต้องรู้ว่านี่คือประเทศไทยที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นเพื่อดูแลการผู้ชุมนุมในอนาคตด้วย

 

“ไม่ได้เป็นปัญหาที่เกิดจากกลุ่มผู้ชุมนุมแต่เป็นปัญหาจากตำรวจที่ไปดูแลเหตุการณ์ วิธีคิด วิธีการบริหารสถานการณ์ของตำรวจ ผมคิดว่าตรงนี้มีปัญหา ผมก็เลยย้ำว่าสิ่งที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐเคยพูดไว้ตลอดว่าต้องเริ่มจากการพูดคุยกัน จากเบาไปหาหนัก แต่อันนี้เริ่มต้นปุ๊ปแขนหักปั๊ป ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงอะไรเลย ผมโทษตำรวจนะที่ไปดูแลการชุมนุมในวันนั้น ผบ.ตร.ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ท่านจะต้องตระหนักและให้ความรู้กับน้องๆ ตำรวจผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียวมันเกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างตำรวจกับประชาชนที่ไม่รู้วิธีคิด การบริหารจัดการ สิทธิและเสรีภาพ สรุปเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากว่าความรุนแรงเกิดขึ้นเพราะตำรวจ” นายประนอมกล่าว

 

ดร.เกียรติคุณ กล่่าวว่าเราไม่ต้องการความรุนแรงและอยากให้รัฐบาลได้ใส่ใจในประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น อยากให้จริงใจลงพื้นที่จริงๆ สะท้อนปัญหาจากประชาชนเพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมาไมได้รับการตอบสนองอย่างจริงจัง ขณที่เราต้องการน้ำที่ใสสะอาดเพื่อการบริโภคกลับคืนมา

 

นายสมเกียรติ กล่าวว่ารัฐบาลมีอำนาจหน้าที่แต่ไม่ทำหน้าที่ใปกป้องสิ่งแวดล้อมและสิทธิของประชาชนจนก่อให้เกิดปัญหายืดเยื้อมา 2-3 ปีจนเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนเดือดร้อนจากเศรษฐกิจชุมชนเพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจากน้ำได้จนเกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยเรากำลังสูญเสียอธิปไตยจากปัญหาข้ามพรมแดน จึงอยากให้รัฐบาลได้ออกมาปกป้องด้วย.

 

You may have missed